เฉาก๊วยรวมมิตรคืออะไร ตอนที่ 1 เฉาก๊วย

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเฉาก๊วย

เฉาก๊วยเป็นขนมที่คนไทยรู้จักกันมาช้านาน เพราะพอพูดถึงเฉาก๊วย เราจะนึกถึงขนมสีดำๆ ที่มีลักษณะเป็นวุ้น ทานกับน้ำเชื่อมแล้วก็ใส่น้ำแข็ง แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า เฉาก๊วยสีดำๆ ที่เราทานกันอยู่นั้น ทำมาจากอะไร และคำว่าเฉาก๊วยนี้ที่จริงแล้วแปลว่าอะไร

เฉาก๊วยเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นกลม เปราะและหักง่ายคล้ายสะระแหน่ กิ่งก้านแผ่กว้างคลุมดิน ซึ่งเฉาก๊วยที่สามารถหาซื้อได้ในประเทศไทย มักจะเป็นแบบแห้ง และถูกอัดมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีน้ำหนักก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 90-120 บาท หาซื้อได้ตามตลาดเก่า ตลาดเยาวราช และร้านที่ขายเครื่องยาจีน ซึ่งชื่อที่ใช้เรียกเฉาก๊วยแห้งก็มีอยู่ด้วยกันหลายชื่อ อาทิเช่น หญ้าเฉาก๊วย หญ้าหวาน หรือหญ้าวุ้นดำ โดยเวลาเลือกให้เลือกซื้อเฉาก๊วยที่ใหม่ ไม่เก่าเก็บอมขี้ฝุ่น เพราะเมื่อนำมาต้มเฉาก๊วยจะให้กลิ่นหอมกว่า ส่วนคำว่าเฉาก๊วยนั้นมีความหมายแยกตามตัว คือ เฉา แปลว่า “หญ้า” และก๊วย แปลว่า “ขนม” เมื่อนำมารวมกันก็น่าจะมีความหมายว่า ขนมที่ทำมาจากหญ้านั่นเอง

สำหรับประโยชน์ของเฉาก๊วยนั้น นอกจากจะช่วยคลายความร้อน แก้กระหายน้ำแล้ว ยังช่วยแก้ร้อนใน ลดความร้อนในร่างกาย และนอกจากนี้ในตำราจีนยังมีบอกเอาไว้ว่า เฉาก๊วยถือเป็นสมุนไพรที่สามารถใช้เครื่องปั่นสมุนไพรรักษาโรคที่คนมีเงินชอบเป็นกันได้ด้วย นั่นก็คือโรคความดันโลหิตสูง โดยในตำราจีนกล่าวว่า ให้ใช้ใบสดหรือแห้งของต้นเฉาก๊วยครึ่งกำมือหรือพอประมาณ ใส่ลงไปให้ท่วมยาหรือใบ ต้มกับหม้อดินให้เดือดแล้วดื่มเป็นประจำ จะทำให้อาการของโรคความดันค่อยๆ ลดลง และควบคุมอาการไม่ให้กำเริบขึ้นได้

เมื่อเรารู้ถึงที่มาที่ไปและคุณประโยชน์ของเฉาก๊วยกันพอสมควรแล้ว คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับชนิดและลักษณะของเฉาก๊วยที่เราเห็นกันตามท้องตลาด ซึ่งถ้าจะแบ่งออกเป็นประเภทจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ เฉาก๊วยแบบอ่อน และเฉาก๊วยแบบแข็ง

1. เฉาก๊วยแบบอ่อน (เฉาก๊วยโบราณ)

เฉาก๊วยแบบอ่อน (เฉาก๊วยโบราณ) นี้ เมื่อจะทาน แม่ค้าจะตักเอาน้ำตาลทรายแดงใส่ลงในถ้วยที่มีเฉาก๊วยอยู่ส่วนปริมาณจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้า ถ้าชอบหวานมากก็ใส่มากหน่อย แต่ถ้าไม่ชอบหวานก็ลดน้ำตาลลงตามแต่จะสั่ง จากนั้นก็ตักเอาน้ำแข็งป่นหรือน้ำแข็งไสจากเครื่องทำน้ำแข็งใสโปะเอาไว้ด้านบน หรือบางร้านนำไปปั่นให้ละเอียดกับเครื่องปั่นสมูทตี้เพื่อให้ดื่มง่าย ก็เป็นอันเสร็จกระบวนการ สามารถขายได้เลย แต่ถ้าคนที่ซื้อไปคิดจะรับประทานเลยเดี๋ยวนั้นเห็นทีว่ายังจะทานไม่ได้ จะต้องลงมือใช้ช้อนคลุกเคล้าให้น้ำตาลทรายแดง และน้ำแข็งละลายผสมกันดีก่อนแล้ว จึงจะเริ่มลงมือรับประทาน เฉาก๊วยโบราณแบบนี้มักจะเห็นขายกันอยู่ทั่วไปตามแหล่งช้อปปิ้ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ เช่น จตุจักร หรือตลาดนัดต่างๆ เพราะเฉาก๊วยนั้นเป็นขนมหวานที่ช่วยคลายร้อนได้ดี เมื่อทานแล้วจะรู้สึกชื่นใจ ทำให้มีแรงที่จะเดินเที่ยวต่อได้อีกนาน อีกทั้งยังทานง่าย ขายก็ง่าย ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่าร้านเฉาก๊วยเหล่านี้มักจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าราวกับแจกฟรี จนเมื่อเราเดินผ่านก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้

แนะนำเครื่องปั่นสมูทตี้ที่สามารถปั่นเฉาก๋วยได้อร่อยเหาะ

สำหรับวิธีทำนั้นก็เริ่มต้นด้วยการนำเอาหญ้าแบบแห้งที่ซื้อมาจากตลาด นำมาล้างน้ำทำความสะอาด เอาเศษผงเศษดินออกให้หมด จากนั้นสงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ นำใส่หม้อต้มเติมน้ำลงไปตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในตำรับ จากนนั้นนำไปตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง รอจนกระทั่งเดือดอ่อนๆ จากนั้นให้หรี่ไฟเป็นไฟอ่อนและเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน 3-5 ชั่วโมง ซึ่งเวลาที่ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของน้ำและเฉาก๊วย ส่วนวิธีสังเกตให้ดูจากสีของน้ำเฉาก๊วย ว่าเป็นสีดำเข้มพอหรือยัง หรืออาจจะใช้วีการสังเกตจากปริมาณน้ำ โดยหากน้ำที่เคี่ยวงวดลงเหลือหนึ่งในสาม ก็เป็นอันใช้ได้ จากนั้นนำไปกรองผ่านผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำ โดยให้กรองอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้หมดตะกอน จากนั้นตักน้ำเฉาก๊วยบางส่วนมาใช้สำหรับละลายแป้งมัน โดยต้องพักไว้ให้น้ำเฉาก๊วยส่วนนี้เย็นเสียก่อน (เหตุผลที่ต้องพักน้ำเฉาก๊วยส่วนนี้ให้เย็นก็เพราะถ้านำน้ำเฉาก๊วยร้อนๆ ไปผสมกับแป้งมันจะทำให้แป้งสุกเป็นก้อน) จากนั้นจึงนำไปละลายกับแป้งมันจนเข้ากันดี จากนั้นเทส่วนผสมแป้งมันลงในหม้อน้ำเฉาก๊วย นำไปตั้งไฟอีกครั้งโดยใช้ไฟอ่อน คนตลอดเวลาจนแป้งสุก (โดยสังเกตได้จากเมื่อใส่แป้งลงไปในส่วนผสม ตอนแรกเฉาก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขุ่นๆ แต่เมื่อนำไปตั้งไฟอ่อนๆ กวนตลอดเวลาจนกระทั่งแป้งสุก เฉาก๊วยจะมีลักษณะเหนียว และเปลี่ยนจากสีน้ำตาลขุ่นๆ เป็นสีดำใส เป็นมันเงา ซึ่งความเหนียวและเป็นมันเงานี้ถือเป็นคุณสมบัติประจำตัวของแป้งมัน) จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ซึ่งโดยทั่วไปที่เห็นกันก็จะเป็นชามสังกะสี หรือถาดอะลูมิเนียมจากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น หรือถ้าอยากให้ไวขึ้นก็ให้นำไปแช่ตู้เย็น จนส่วนผสมเช็ดตัวก็เป็นอันเสร็จ
เมื่อจะรับประทานใช้ช้อนหรือมีดตัดเฉาก๊วยให้เป็นชิ้นพอดีคำ ใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำแข็งลงไป จากนั้นคลุกเคล้าให้น้ำแข็งและน้ำตาลละลายเข้ากัน แค่นี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว

2. เฉาก๊วยแบบแข็ง

เป็นเฉาก๊วยที่พบเห็นได้ตามร้านขายน้ำแข็งใสทั่วไป ที่มักจะมีขนมให้เลือกหลายๆ ชนิด ลักษณะของเฉาก๊วยชนิดแข็งนี้ จะมีความแข็งและกรอบว่าเฉาก๊วยชนิดอ่อน มีลักษณะและเนื้อสัมผัสคล้ายวุ้น อันเนื่องมาจากส่วนผสมของผงวุ้นที่เพิ่มเติมลงไปนอกเหนือจากส่วนผสมเดิมของเฉาก๊วยแบบอ่อน ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของเฉาก๊วยทั้งสองแบบก็คือ เฉาก๊วยแบบแข็งจะทานกับน้ำเชื่อมแทนที่จะเป็นน้ำตาลทรายแดงเหมือนกับเฉาก๊วยแบบอ่อน สำหรับเฉาก๊วยแบบแข็งนี้ มักจะนิยมทานร่วมกับขนมตัวอื่นๆ หรือจะทานแต่เฉาก๊วยอย่างเดียวโดดๆ ใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งก็อร่อย ชื่นใจไม่แพ้กัน

เฉาก๊วยแบบแข็งมีขั้นตอนและวิธีการที่คล้ายกับการทำเฉาก๊วยแบบอ่อน นั่นคือเริ่มตั้งแต่ล้างเฉาก๊วย จากนั้นนำไปต้มจนได้ที่ แล้วจึงนำไปกรองเอาแต่น้ำเฉาก๊วยสีดำๆ ขั้นตอนต่างกันตรงที่เมื่อได้นำเฉาก๊วยที่ผ่านการกรองมาแล้ว ให้นำผงวุ้นใส่ลงไปแล้ว จึงนำไปตั้งไฟ คนจนผงวุ้นละลายดีก่อน (โดยสังเกตจากส่วนผสมจะใสและข้นขึ้น) จากนั้นเทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ พักให้เย็น เฉาก๊วยจะเช็ดตัว ก็เป็นอันเสร็จพร้อมที่จะนำไปทานกับน้ำเชื่อมหวานๆ และน้ำแข็งเย็นๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นได้ทันที

นอกเหนือจากเฉาก๊วยทั้งสองแบบที่กล่าวมาข้างต้น ปัจจุบันผู้ผลิตก็ได้เติมส่วนผสมอื่นลงไปในเฉาก๊วยเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่และเป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น การผสมน้ำผึ้งลงในเฉาก๊วย เป็นต้น และสำหรับผู้ที่ชอบทานเฉาก๊วยแบบเหนียวๆ ก็สามารถใส่แบะแซลงในส่วนผสมเฉาก๊วย เพื่อเพิ่มความเหนียวให้กับตัวขนม ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่โบราณดั้งเดิมเช่นกัน